การจัดระดับความเสี่ยงเพื่อควบคุมภาวะไขมันผิดปกติในเลือด  (Risk stratification)

การจัดระดับความเสี่ยงมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมซึ่งแนวทางเก่าจะเน้นที่ค่าไขมันไม่ดีคือ LDL Cholesterol แต่แนวทางใหม่จะเน้นที่ลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

แนวทางเก่า

ระดับความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ  มี3 ลำดับ ซึ่งมีผลต่อการกำหนดระดับ LDL-C ที่พึงมีในเลือด หากมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงในเลือดร่วมด้วย (>200 มก/ดล) ให้ใช้ระดับ non-HDL-C แทน ระดับ non-HDL-C คือค่า total cholesterol ลบด้วย HDL-C  

 ระดับ 1 เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมากในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ได้แก่

  • ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอยู่แล้ว
  • และผู้ที่มีโรคอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงเทียบเท่ากับเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้แก่
    • Ischemic stroke ที่เกิดจากหลอดเลือด carotid artery
    • transient ischemic attack
    • Symptomatic peripheral arterial disease
    • โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย(เท้า)
    • Abdominal aortic aneurysm  
  • โรคเบาหวานและมีอวัยวะเสียหายจากโรคเช่น ตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ หรือ สูบบุหรี่ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
  • โรคไตเสื่อมมีอัตรากรองของไตต่ำกว่า 30
  • อัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดใน 10 ปีมากกว่าร้อยละ10

กลุ่มนี้ระดับไขมันที่พึงมีในเลือด คือ LDL-C <100 มก/ดล หรือ non-HDL-C <130 มก/ดล)



ระดับ 2เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงปานกลางในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

  ได้แก่ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ไม่รวม LDL-C ได้แก่ 

  • สูบบุหรี่
  • ความดันโลหิตสูง(ความดัน >140/90 mmHg หรือ ได้รับยาลดความดันโลหิต)
  • HDL-C ต่ำ (< 40 มก./ดล)
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้ชายเป็นอายุน้อยกว่า 55 ปี, ผู้หญิงเป็นอายุน้อยกว่า 65 ปี
  • อายุ  ผู้ชายมากกว่าหรือเท่ากับ 45 ปี, ผู้หญิงมากกว่าหรือเท่ากับ 55 ปี

ในกลุ่มนี้ไขมันระดับที่พึงมีในเลือด คือ LDL-C <130  มก/ดล หรือ non-HDL-C <160 มก/ดล                    

ระดับ 3  เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงน้อยในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ  

ได้แก่ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง 0-1 ข้อ  ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงเช่นเดียวกับระดับ 2  ในกลุ่มนี้ไขมันระดับที่พึงมีในเลือด คือ LDL-C <160  มก/ดล หรือ non-HDL-C <190 มก/ดล

                ทั้งในระดับ 2 และ ระดับ 3 หากค่า HDL-C >60 มก/ดล นับปัจจัยเสี่ยงลดลง 1 ข้อ

การประเมินความเสี่ยงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

โรคหัวใจ

การประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดจะพิจารณาจาก เพศ อายุ ระดับไขมัน ระดับความดันโลหิต การสูบบุหรี่ และนำไปเทียบกับตารางก็จะได้ตัวเลขความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยทั่วไปจะพิจารณาว่าหากมากกว่าร้อยละ10จะต้องควบคุมความเสี่ยงให้ดี การประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดจะแยกเป็น

การจัดระดับความรุนแรงของความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

จะแบ่งระดับความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดออกเป็น

ความเสี่ยงสูงมาก

ได้แก่ภาวะดังต่อไปนี้

ความเสี่ยงสูง

  • ผู้ที่มีระดับไขมัน หรือระดับความดันโลหิตสูงมาก
  • มีความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่ระหว่าง 5-10 %

ความเสี่ยงปานกลาง

  • ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดระหว่า1-5 %

ความเสี่ยงต่ำ

  • ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อยกว่า1%

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด(นอกเหนือจากไขมัน)

ปัจจัยเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงได้ ปัจจัยเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
ความดันโลหิตสูง อายุ
สูบบุหรี่ เพศ
เบาหวาน ประวัติญาติสายตรงเป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือดก่อนวัย
อ้วน  
ไม่ออกกำลังกาย  
อาหารที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง  

ระดับไขมันที่พึงมีในเลือดตามระดับความเสี่ยง

                                                                                                                                                     

 

ระดับความเสี่ยง

ระดับ LDL-C  (มก/ดล)

ระดับ TG 

(มก/ดล)

ระดับ HDL-C (มก/ดล)

ระดับ non-HDL-C (มก/ดล)

เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือ

เป็นโรคที่มีความเสี่ยงสูงมาก ความเสี่ยงในการเกิดโรค

<100

<150

>40

<130

 

มีปัจจัยเสี่ยง 2 ข้อขึ้นไป

<130

<150

>40

<160

มีปัจจัยเสี่ยง 0-1 ข้อ

<160

<150

>40

<190

  

* ระดับ non-HDL-C ใช้ในกรณีที่ TG>200 มก/ดล

 



fb google