หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ


 

โรคอ้วนลงพุง

การรักษาโรคอ้วนด้วยยา

ท่านผู้อ่านที่เป็นโรคอ้วนไม่ควรซื้อยารับประทานเองเนื่องจากยาลดน้ำหนักมีผลข้างเคียง

ท่านอาจจะเกิดผลเสียจากยา เนื่องจากยานี้มีผลต่อจิตประสาท และเป็นยาที่ทางราชการควบคุมดังนั้นไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ผู้ที่อ้วนและจำเป็นต้องได้ยาช่วยในการรักษาจะมี เกณฑ์ในการให้ยาลดน้ำหนักคือ 

  1. ดัชนีมวลกาย BMI มากกว่า 30 กก/ตารางเมตร 
  2. หรือดัชนีมวลกาย 27 และมีปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย   
  3. ผู้ป่วยรับประทานมากและเป็นสาเหตุของโรคอ้วน
  4. มีโรคที่เกิดจากความอ้วน เช่นโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง
  5. มีอาการจากโรคอ้วน เช่น sleep apnea syndrome เข่าเสื่อม เป็นต้น

 ยารักษาโรคอ้วนส่วนใหญ่ห้ามใช้เกิน 3 เดือนได้แก่ยา Mazindol,diethylpropion,phentermine,benzphentamine ,phendimetrazine ยากลุ่มนี้มีผลต่อจิตประสาท ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน และควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ยากลุ่มนี้เป็นยาที่ถูกควบคุมโดยรัฐบาลซื้อจากร้านขายยาไม่ได้ ยาสูตรผสมระหว่าง phentamine และ fenfluramine ไม่ควรใช้ร่วมกันเพราะลิ้นหัวใจรั่ว ยาที่อเมริกายอมรับให้สามารถใช้ระยะยาวได้แก่  sibutramine และ oristat การจะเริ่มยารับประทานควรคุมอาหารและออกกำลังกาย 6 เดือนแล้วน้ำหนักไม่ลดแพทย์จึงเริ่มใช้ยาลดน้ำหนัก

sibutramine

ยานี้จะลดการอยากอาหารโดยการเพิ่มการหลั่ง serotonin และ norepinephrineในสมองการใช้ยานี้ควรร่วมกับการออกกำลังกาย และควบคุมอาหาร ยาที่ให้มี 3ขนาดคือ 5,10,15 มิลิกรัมโดยเริ่มขนาดที่ 10 มิลิกรัม ถ้าน้ำหนักไม่ลงสามารถเพิ่มยาได้โดยทั่วไปน้ำหนักจะลงได้ร้อยละ5-10ลงใน 6 เดือนและสามารถคงที่ไปหนึ่งปี ผลข้างเคียงไม่มากที่พบได้แก่ ปากแห้ง ปวดศีรษะ ท้องผูก นอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย ความดันโลหิตขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นผู้ป่วยควรจะวัดความดันให้สม่ำเสมอ ยานี้ไม่ควรใช้ในคนที่ความดันโลหิตคุมไม่ได้ เคยมีประวัติอัมพาต โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหัวใจวาย

Orlistat

ยานี้จะป้องกันลำไส้ดูดซึมไขมันทำให้ร่างกายไกพลังงานลดลง จากการทดลองใช้ยานี้สามารถลดน้ำหนักได้ร้อยละ10 ในหนึ่งปี สามารถทำให้ระดับความดันลดลง ไขมันลดลง ผลข้างเคียงคือมีลมในท้อง ปวดท้อง ท้องร่วง หากใช้ยานี้นานๆจะทำให้ขากวิตามิน K,E,A,D ดังนั้นต้องเสริมวิตามินดังกล่าว

สมุนไพรและยาอื่นๆ

อาหารเสริม

การใช้อาหารเสริมทดแทนอาหารหลักบางชนิดผู้ใช้ต้องอ่านสลากว่าประกอบไปด้วยพลังงานกี่แคลอรี มีสารอาหารครบถ้วนหรือไม่ อาหารเสริมมักเป็นโปรตีนสูง ไขมันต่ำ ถ้าวิตามินไม่เพียงพอก็จะทำให้ขาดวิตามินอาหารเสริมโดยทั่วไปจะมีพลังงานต่ำโดยประมาณ 400-800 กิโลแครอรีต่อวันซึ่งจะสามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้สัปดาห์ละ 1-1.5 กิโลกรัม การลดด้วยวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่อ้วนมากและมีความจำเป็นต้องรีบลดน้ำหนัก แต่การลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้เหมาะสำหรับการลดน้ำหนักในช่วงสั้น หากท่านไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเมื่อหยุดรับประทานอาหารเสริมน้ำหนักก็จะขึ้นมาใหม่

หลักการเลือกวิธีลดน้ำหนัก

  1. ปริมาณอาหารที่ได้ควรครบถ้วนทั้งโปรตีน เกลือแร่ วิตามินโดยให้พลังงานน้อย
  2. การลดน้ำหนักให้ลดได้ไม่เกินครึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์
  3. หากต้องการลดมากว่า5กิโลกรัมควรจะปรึกษาแพทย์ซึ่งจะพิจารณาความจำเป็นในการรีบลดน้ำหนัก
  4. ในการลดน้ำหนักจะต้องเตรียมวิธีที่ป้องกันมิให้น้ำหนักเพิ่มการที่น้ำหนักลงมากๆ ไม่เป็นสิ่งที่ดีเพราะน้ำหนักจะกลับขึ้นมาใหม่หลังจากที่ผู้ป่วยเริ่มรับประทานอาหาร เพราะฉะนั้นโครงการที่ดีต้องประกอบด้วยการลดน้ำหนักในเริ่มต้นการคุมน้ำหนักไม่ให้เพิ่ม การออกกำลังกายการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง
   

fb google