การตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ

การตรวจพิเศษเพื่อการป้องกันหรือการวินิจฉัยโรคหัวใจแพทย์จะทำการสั่งหลังจากซักประวัติทั้งประวัติครอบครัว ประวัติโรคประจำตัว ประวัติพฤติกรรมของคนต้องการตรวจสุขภาพ เมื่อประเมินปัจจัยต่างๆแพทย์จะส่งตรวจตามดุลพินิจของแพทย์ การตรวจจะประกอบไปด้วย

การตรวจทั่วๆไป

การตรวจเลือด

  • การตรวจความสมบูรณ์ของเลือดหรือที่เรียกว่า CBC การตรวจนี้ก็พอจะช่วยในการวินิจฉัยได้ เช่นพบภาวะโลหิตจางก็อาจจะทำให้โรคหัวใจกำเริบ หรือเป็นสาเหตุของหัวใจวาย หากเม็ดเลือดขาวสูงก็อาจจะมีการติดเชื้อซึ่งทำให้การทำงานของหัวใจแย่ลง
  • การตรวจไขมันในเลือด ไขมันสูงจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกตโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • การตรวจเลือดหาระดับน้ำตาลว่าเป็นเบาหวานหรือไม่
  • การตรวจ ESR ซึ่งเป็นการตรวจเลือดเพื่อตรวจหาว่าร่างกายมีการอักเสบหรือไม่ ค่าที่สูงหมายถึงมีการอักเสบ
  • การตรวจ hsCRP CRP เป็นการตรวจหาการอักเสบ ผู้ที่มีค่า hsCRP สูงจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
  • การตรวจการทำงานของไต ผู้ที่มีโรคไตจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • การตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์ แพทย์จะสั่งตรวจในรายที่หัวใจเต้นเร็ว หรือหัวใจเต้นผิดปกติ
  • การตรวจเลือดเพื่อตรวจ PT,INR เป็นการตรวจว่าเลือดแข็งตัวง่ายหรือยาก โดยมากจะตรวจในผู้ป่วยที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • การตรวจเลือดหา brain natriuretic peptide (BNP) ค่านี้จะสูงมนผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว 
  • การตรวจปัสสาวะจุดประสงค์คือการตรวจหาโปรตีนในปัสสาวะ การพบโปรตีนในปัสสาวะอาจจะเป็นปัจจัยเสี่งสำหรับโรคหัวใจ
  • การตรวจเกลือแร่ก็อาจจะมีความจำเป็นสำหรับผู้ป่วยบางประเภทที่รับประทานยาบางชนิด
  • การตรวจเลือดเพื่อตรวจหาว่ากล้ามเนื้อตายจากการขาดเลือดหรืออักเสบ จะทำในรายที่มีอาการบ่งชี้เท่านั้น
  • การตรวจทางรังสี แพทย์จะสามารถบอกว่าหัวใจโตหรือไม่ มีหัวใจวายหรือไม่



การตรวจทางหัวใจ

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจซึ่งจะบอกการเต้นของหัวใจ ขนาดของหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือตาย
  • การตรวจหาแคลเซี่ยมที่ผนังหลอดเลือด Coronary Artery Calcium Score โดยการใช้เครื่อง CT Computer ผู้ที่มีแคลเซี่ยมสูงจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
  • การตรวจคลื่นความถี่สูงที่หลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอ Carotid ultrasound การตรวจนี้เพื่อตรวจว่ามีหลอดเลือดแข็งหรือไม่
  • การตรวจ Computer scan และการฉีดสีเพื่อประเมินหัวใจ
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะวิ่งหรือที่เรียกว่า Exercise test เป็นการตรวจเพื่อว่าหลอดเลือดหัวใจตีบหรือไม่
  • การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง เพื่อตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ
  • การตรวจความดันตลอด24ชั่วโมงเพื่อประเมินความดันของผู้ป่วยบางราย
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อติดตามการเต้นของหัวใจในรายที่มีอาการ แต่ขณะตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติ
  • การฉีดสีเพื่อดูหลอดเลือดหัวใจ
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าที่เรียกว่า Electrophysiological Studies เป็นการตรวจหาสาเหตุของการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ

 

โรคหัวใจ อาการโรคหัวใจ การตรวจโรคหัวใจ การป้องกันโรคหัวใจ



fb google