หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ


 

การวินิจฉัยและการวินิจฉัยแยกโรคณุมาตอยด์

การวินิจฉัยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์นั้นต้องอาศัยทั้งการซักประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่ให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้อง นอกจากนี้การวินิจฉัยโรคตุ้งแต่ระยะของโรคก่อนที่ผู้ป่วยจะมีภาวะทุพพลภาพอย่างถาวรก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากแพทย์จะได้ให้การรักษาตั้งแต่ระยะแรกก่อนที่ผู้ป่วยจะพิการทำให้ผลลัพธ์ในการรักษาดีขึ้น กล่าวคือ ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ข้อได้ตามปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

จากแนวความคิดดังกล่าวแพทย์อายุรกรรมโรคข้อในประเทศสหรัฐอเมริกา และยุโรปจึงได้ร่วมกันพัฒนาเกณฑ์การวินิจฉัยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ใหม่ขึ้นในปี ค.ศ.2010 เพื่อให้สามารถวินิจฉัยโรคได้เร็วยิ่งขึ้น และไม่จำเป็นต้องรอให้ผู้ป่วยมีอาการนานกว่า 6 สัปดาห์ หรือผุกร่อนทางภาพรังสีเสียก่อนจึงจะวินิจฉัยโรคได้

 เกณฑ์การวินิจฉัยโรคนี้แบ่งออกเป็น 4 หมวดประกอบด้วย

  1. จำนวนและตำแหน่งของข้อที่มีการอักเสบ(synovitis) (0-5 คะแนน)
  2. การตรวจพบrheumatoid factor หรือ ACPA ในเลือด (0-3 คะแนน)
  3. ระยะเวลาที่มีข้ออักเสบ (0-1 คะแนน) และ
  4. ค่าacute phase reactants ที่สูงขึ้น (0-1 คะแนน)

การวินิจฉัยโรคใช้ระบบคะแนน(scoring system) โดยการนำคะแนนที่ได้ในแต่ละหมวดมารวมกัน ผู้ป่วยจะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เมื่อ

1) ตรวจพบมีข้ออักเสบ(synovitis) อย่างน้อย 1 ข้อ

2) อาการข้ออักเสบนั้นต้องไม่เกิดจากโรคหรือภาวะอื่น

3) มีคะแนนรวมเท่ากับหรือมากกว่า 6

เกณฑ์การวินิจฉัยโรคนี้มีความไวร้อยละ 74 และความจำเพาะร้อยละ 71-74

การตรวจเลือด การรักษา

   

fb google