การตรวจค่าBlood Urea Nitrogen

การตรวจค่าBlood Urea Nitrogen หรือที่เรียกว่า BUN เป็นการวัดปริมาณไนโตรเจนในกระแสเลือด ร่างกายจะย่อยสลายโปรตีนที่ตับ ชั้นต้น สารของเสีย จะอยู่ในรูปของแอมโมเนีย (NH) และต่อจากแอมโมเนีย จึงสร้างเป็นสารยูเรีย (urea) และจะนำของเสียดังกล่าวนี้ไปกำจัดผ่านไต เพื่อออกเป็นปัสสาวะต่อไป ส่วนประกอบสำคัญของ ยูเรีย (urea) คือไนโตรเจน หากไตเสื่อมก็จะมีการคั่งของไนโตรเจน

เมื่อไรแพทย์จึงจะสั่งตรวจ BUN

  • แพทย์สงสัยว่าท่านจะเป็นโรคไต
  • แพทย์ต้องการทราบว่าไตของท่านทำงานเป็นปกติหรือไม่
  • เพื่อติดตามการทำงานของไตท่านว่าแย่ลงหรือดีขึ้น
  • เพื่อติดตามผลการรักษา
  • เป็นการประเมินความรุนแรงของการขาดน้ำกล่าวคือหากขาดน้ำมากการขึ้นของค่า BUNจะมากกว่าการขึ้นของค่า creatinine

การเจาะเลือด

ค่าปกติ

  • ค่าปกติของ BUN [งดอาหารอย่างน้อย 8 ชม.]
  • หากมีใบรายงานแสดงผลเลือด (ถ้ามี) ให้ยืดตามค่าที่ระบุนั้นเป็นหลัก 
  • ค่าปกติโดยทั่วไปคือ 6 – 20 mg/dL (หน่วยมิลลิกรัมต่อเดซิลิตร)
Blood urea nitrogen (BUN)

Adults:

10–20(mg/dL) 

Children:

5–18 mg/dL

 

ค่าสูงผิดปกติ

  • อาจเกิดจากการทำงานของไตผิดปกติ อาจเกี่ยวข้องกับภาวะไตเสื่อมเฉียบพลัน หรือไตเสื่อมเรื้อรังที่เกิดจากโรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
  • จากภาวะช๊อกจากความดันโลหิตต่ำจนเลือดไปเลี้ยงไตไม่พอ
  • เกิดจากภาวะขาดน้ำ dehydration หรือการดื่มน้ำน้อยเกินไป
  • ได้รับอาหารประเภทโปรตีนสูงมากเกินไป
  • เกิดจากการได้รับยาบางชนิด
  • เกิดการตกเลือดในทางเดินอาหาร (gastrointestinal bleeding)
  • อาจออกกำลังกายหักโหมเกินไป
  • ตับอ่อนอาจหลั่งเอนไซม์ย่อยอาหารบกพร่อง
  • ไฟไหม้อย่างรุนแรง
  • ท่อปัสสาวะมีการอุดตัน Urinary tract obstruction

 

ยาที่ทำให้ค่า BUNสูง

  • Allopurinol
  • Aminoglycoside antibiotics
  • Amphotericin B
  • Aspirin (high doses)
  • Bacitracin
  • Carbamazepine
  • Cephalosporins
  • Chloral hydrate
  • Cisplatin
  • Colistin
  • Furosemide
  • Guanethidine
  • Indomethacin
  • Methicillin
  • Methotrexate
  • Methyldopa
  • Neomycin
  • Penicillamine
  • Polymyxin B
  • Probenecid
  • Propranolol
  • Rifampin
  • Spironolactone
  • Tetracyclines
  • Thiazide diuretics
  • Triamterene
  • Vancomycin

ค่า BUN น้อยผิดปกติ

  • อาจมีสาเหตุจากการได้รับอาหารประเภทโปรตีนน้อยมาก
  • ร่างกายอาจมีปัญหาการดูดซึมอาหาร ทำให้ขาดอาหาร(malnutrition)
  • ตับได้รับความเสียหาย
  • อาจจะมีปริมาณน้ำในร่างกายมากเกินไป (overhydrated)
  • เด็กและสตรีจะมีค่า BUNต่ำกว่าผู้ชาย

ยาที่ทำให้ค่า BUN ต่ำ

  • Chloramphenicol
  • Streptomycin

ในการประเมินการทำงานของไตแพทย์มักจะเจาะเลือดตรวจหาค่า creatinine เพื่อประเมินการทำงานของไต ค่า creatinine มาจากการสลายของกล้ามเนื้อซึ่งค่อนข้างจะคงที่ การที่ค่า creatinine จะบ่งบอกว่าไตทำงานลดลง ส่วน BUN เกิดจากการสลายของโปรตีนซึ่งอัตราไม่คงที่ขึ้นกับปริมาณโปรตีน การไหลเวียน จึงได้นำอัตราส่วนของ BUN:creatinine มาช่วยในการวินิจฉัยโรคเช่นภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง

BUN-to-creatinine ratio 

Adults:

6–25 with 15.5 เป็นค่าที่ดีที่สุด

  • BUN-to-creatinine ratiosสูงเกิดในภาวะไตวายเฉียบพลันซึ่งเกิดจากภาวะช็อค หรือขาดน้ำ มีเลือดออกทางเดินอาหาร หรือทางเดินหายใจ
  • ค่า BUN-to-creatinine ratio ต่ำสาเหตุเกิดจากการขาดโปรตีน กล้ามเนื้อบาดเจ็บรุนแรง การตั้งครรภ์ ตับแข็ง

เมื่อตรวจพบว่าค่า BUN สูงจะต้องทำอย่างไร

  • ให้หาสาเหตุที่ทำให้ค่า BUN สูงและแก้ไขที่แก้ไขได้เช่น การรับประทานเนื้อสัตว์มากเกินไป หรือดื่มน้ำน้อยไป หรือรับประทานยาขับปัสสาวะ
  • หากแก้ปัญหาแล้วค่ายังสูงให้พบแพทย์
  • ดูแลตัวเองเพื่อป้องกันโรคไต
  • หากท่านมีโรคประจำตัว ให้รักษาและติดตามโรคประจำตัวที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคไตให้เหมาะสม
  • กรุณาแจ้งแพทย์หากท่านได้รับยา สมุนไพร หรือวิตามินใดๆอยู่ เพื่อใช้ในการประเมินสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

ข้อควรทราบ

BUNไม่สามารถตัดสินได้ชัดเจนว่าเป็นโรคไต แต่ก็เป็นปัจจัยสำคัญตัวหนึ่งซึ่งจำเป็นที่จะช่วยบ่งชี้ร่วมกับผลการตรวจเลือดตัวอื่นเช่นในข้อต่อไปอีก 2 ข้อ

  1. Creatinine จะให้ผลการตรวจไตที่ค่อนข้างแม่นยำมากกว่า
  2. Creatinine clearance คือ ความสามารถในการกรองของเสียของไตที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งจะแสดงความสมบูรณ์ของไตชัดเจนยิ่งขึ้น GFR

อัตรากรองของไต | Creatinin | BUN | การตรวจปัสสาวะ | การตรวจหาโปรตีนในปัสสาวะ | การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด | การตรวจไขมันในเลือด | การตรวจเกลือแร่ | แคลเซี่ยม

 



fb google