หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ


 

 

Dicloxacillin

หากเกิดอาการดังต่อไปนี้ให้หยุดยาและปรึกษาแพทย์

  • มีไข้แน่นท้องเบื่ออาหาร ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะเข้ม
  • ท้องร่วงโดยเฉพาะหากมีเลือดปน
  • อาการเหมือนไข้หวัด ไข้ ปวดตามกล้ามเนื้อ
  • เลือดออกง่าย จ้ำเลือดตามตัว
  • ปัสสาวะออกน้อย

ข้อบ่งชี้ในการใช้ยา

ยานี้เป็นยาปฏิชีวนะคล้ายเพนิซิลลิน ใช้ขจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคิดเชื้อ เช่น เชื้อ Staphylococcus ที่ดื้อต่อยา เพนิซิลลิน ผลการทดสอบเชื้อออกมาว่าใช้เพนนิซิลินได้ก็ไม่ควรใช้ยา dicloxacillin สำหรับอวัยวะที่ติดเชื้อและสามารถใช้ยานี้ได้แก่ ปอดบวม การติดเชื้อในหู ทางเดินปัสสาวะ กระดูก และผิวหนัง

ขนาดและวิธีการใช้ยา

ขนาดและระยะเวลาในการใช้ยาขึ้นกับโรคหากเป็นโรคที่รุนแรงจะต้องใช้ยานาน 14 วัน หรือให้ต่อหลังจากไข้ลงแล้ว 2 วัน ให้รับประทานยาติดต่อกันทุกวันจนหมด ถึงแม้อาการจะหายแล้วก็ตาม หากรีบหยุดยาก่อนอาจเกิดการติดเชื้อขึ้นอีก

ผลข้างเคียงของยา

การแพ้ยา

การแพ้ยากลุ่มนี้มีด้วยกันสองชนิดได้แก่

  1. การแพ้ยาอย่างเฉียบพลัน มักจะเกิดหลังจากได้ยาไปแล้ว 20 นาที อาการก็มีตั้งแต่มีผื่น ผื่นลมพิษ ปากบวม หรือรุนแรงจนกระทั่งความดันโลหิตต่ำ หลอดลมเกร็งที่เรียกว่า Anaphylaxis
  2. อาการแพ้ที่เกิดหลังจากได้ยาไปแล้วตั้งแต่ 2วันถึง 2 สัปดาห์จะมีอาการไข้ ปวดตามข้อ ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนมีผื่นที่เรียกรวมกันว่า serum like sickness syndrome

ข้อระวัง

ความปลอดภัยของยานี้ในสตรีมีครรภ์

สำหรับสตรีมีครรภ์ ยานี้จัดอยู่ในประเภท B

   

 


fb google