หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ


 

โรคหลอดเลือดสมองเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย พบสถิติผู้ป่วยอัมพาตจาก โรคหลอดเลือดสมอง ถึงปีละ 150,000 คน ซึ่งต้องใช้ค่ารักษาไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท/ปี/คน (5,000 ล้าน บาท) โดยส่วนใหญ่จะมาด้วยปัญหาเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Ischemic stroke) ประมาณ 70-75% ของโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมด

ประสิทธิภาพของการรักษาคือ การวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว และการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที จะสามารถลดอัตราการตาย และการเกิดภาวะแทรกซ้อนลงได้มากดังนั้นในโรงพยาบาลจึงมีช่องทางด่วน (Stroke Fast Track) สำหรับรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบไว้รักษา และมีระบบการประเมินผู้ป่วยเพื่อให้ได้รับยาละลายลิ่มเลือด Thrombolytic Agent ประเด็นที่นำมาพิจารณามีดังนี้

1. การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองและระยะเวลาของการมารับการรักษา

2. ข้อบ่งชี้ของการให้ยา

1. การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองและระยะเวลาของการมารับการรักษา อาการส่วนใหญ่จะสัมพันธ์กับตำแหน่งที่เกิดพยาธิสภาพและจะเกิดขึ้นรวดเร็วหรือทันทีทันใดในซึ่งมัก พบอาการดังต่อไปนี้

การรักษาด้วยยา Thrombolytic Agent ได้นั้น อาการที่เกิดขึ้นต้องไม่เกิน 3 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีการยืดเวลาให้ได้ถึง 4.5 ชั่วโมง ผู้ป่วยส่วนหนึ่งไม่ทราบว่าเป็นมานานแค่ไหน ประวัติว่าตื่นนอนมา มีอาการแขนขาอ่อนแรงแล้วกรณีแบบนี้จะไม่ให้ยาละลายลิ่มเลือด จึงจำเป็นต้องอาศัยความรวดเร็วในการวินิจฉัยโรค และ ต้องการผู้เชี่ยวชาญระบบประสาท ห้องปฏิบัติการที่มีความพร้อมในการตรวจวินิฉัย ตลอดจนการตรวจพิเศษ เช่น CT หรือ MRI ที่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ในโรงพยาบาลใหญ่ๆที่พร้อมจึงจัดระบบพิเศษที่จะรับผู้ป่วยเข้า รับการรักษาอย่างรวดเร็ว เรียกว่า Fast Tract และนอกจากนี้ต้องจัดให้มีสถานที่เฉพาะในการดูแลผู้ป่วย Acute Stroke โดยการจัดเป็น Stroke Unit หรือ Stroke corner

2. ข้อบ่งชี้ในการรักษา

ผู้ป่วย Ischemic Stroke ต้องมีข้อบังชี้ในการรักษาครบทุกข้อดังต่อไปนี้ จึงสามารถให้ยาละลายลิ่ม เลือด

  1. ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบและอุดตันภายใน 3 ชั่วโมง (4.5 ชม.)
  2. อายุมากกว่า 18 ปี
  3. มีอาการทางระบบประสาทที่สามารถวัดได้โดยใช้ NIHSS จะประเมินโดยแพทย์เป็นส่วนใหญ่
  4. ผล CT scan ของสมองไม่พบเลือดออก
  5. ผู้ป่วย/ญาติเข้าใจประโยชน์หรือโทษที่จะเกิดจากการรักษา และยินยอมให้การรักษาโดยใช้ยา ละลายลิ่มเลือด

หากมีข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ห้ามให้ยาละลายลิ่มเลือดเด็ดขาด

  1. มีอาการของโรคหลอดเลือดสมองตีบและอุดตันที่ไม่ทราบเวลาที่เริ่มเป็นอย่างชัดเจนหรือมีอาการ ภายหลังตื่นนอน
  2. มีอาการเลือดออกใต้ชั้นเยื่อหุ้มสมอง (subarachnoid hemorrhage)
  3. มีอาการทางระบบประสาทที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว (NIHSS < 4) หรือ มีอาการทางระบบประสาท อย่างรุนแรง (NIHSS >18)
  4. มีอาการชัก
  5. ความดันโลหิตสูง (SBP≥ 185 mmHg, DBP≥ 110 mmHg)
  6. มีประวัติเลือดออกในสมองหรือ มีประวัติเป็นStroke/Head injuryภายใน 3 เดือน History of prior intracranial hemorrhage, neoplasm, or vascular malformation
  7. ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด (heparin หรือ warfarin) ภายใน 48 ชั่วโมงหรือตรวจพบ ความผิดปกติของเกล็ดเลือดอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ มีค่า Partial-thromboplastin time ผิดปกติ มีค่าProthrombin time มากกว่า 15 วินาที มีค่า International normalized ratio (INR) มากกว่า 1.5
  8. มีปริมาณเกล็ดเลือดน้อยกว่า 100,000/mm
  9. มี Hct น้อยกว่า 25%
  10. มีประวัติผ่าตัดใหญ่ภายใน 14 วัน
  11. มีเลือดออกในทางเดินอาหารหรือทางเดินปัสสาวะภายใน 21 วัน
  12. มี BS <50 mg/dl หรือ > 400 mg/dl
  13. มีประวัติ Myocardial infarction ภายใน 3 เดือน
  14. มีการเจาะหลอดเลือดแดงในตำแหน่งที่ไม่สามารถห้ามเลือดได้ภายใน 7 วัน
  15. พบเลือดออกหรือมีการบาดเจ็บ กระดูกหักจากการตรวจร่างกาย
  16. ผล CT brain พบเนื้อสมองตายมากกว่า 1 กลีบ (hypodensity > 1/3 cerebral hemisphere) หรือพบการเปลี่ยนแปลงในระยะแรกของหลอดเลือดสมองตีบขนาดใหญ่ เช่น พบสมองบวม mass effect, sulcal effacement นอกจากนี้การดูแลผู้ป่วยระหว่างได้รับยาเป็นสิ่งสำคัญ ในหลายโรงพยาบาลจะมีมาตรฐานการให้ยา ทั้งเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้วยังต้องมีมาตรฐานในการให้การช่วยเหลือ ซึ่งคงใช้หลักในการ ช่วยชีวิต (ABCD)และต้องอาศัยทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในการให้การดูแล แต่อย่างไรก็ตาม ประเด็นการได้รับยา Thrombolytic Agent อย่างมีประสิทธิภาพยังคงต้องอาศัยความรู้ในเรื่องของอาการ และการตัดสินใจมารับการรักษาของผู้ป่วยและญาติเป็นสำคัญ ซึ่งยังคงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับประเทศไทย
  17. กล้ามเนื้อหัวใจตายใน 3 เดือนที่ผ่านมา
  18. เคยผ่าตัดใหญ่ใน 14 วันที่ผ่านมา
  19. สงสัยว่าจะมีเลือดออกใน subarachnoid
  20. Onset of symptoms >4.5 hours

กลับไปหน้าการรักษา

   

fb google