เป็นโรคไตที่เกิดจากการรับประทานยาแก้ปวดซึ่งอาจจะเป็นยาชนิดเดียวหรือยาผสมหลายชนิด

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไต

  • การใช้ยาแก้ปวดเป็นเวลานานๆ
  • รับประทานยาเกินขนาดที่แนะนำ
  • ใช้ยาที่มีตัวยาหลายชนิดผสมกันเช่น paracetamol ,aspirin,codiene,caffeine,, ibuprofen, naproxen sodium
  • ผู้ป่วยที่สูบบุหรี่ ดื่มสุรา หรือรับประทานยาคลายเครียด
  • ผู้ป่วยที่มีโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะบ่อยๆ
  • ผู้ป่วยที่มีโรคนิ่วในไต
  • ผู้ป่วยไตวายอยู่ก่อน
  • ผู้ป่วยที่อยู่ในสภาพขาดน้ำ
  • ผู้ป่วยที่มีอายุมาก

ผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้ SLE, อายุมาก, โรคไต, ดื่มสุราจัด เมื่อให้ยากลุ่มดังกล่าวเพียงแค่ เม็ดเดียวก็อาจจะเกิดไตวายได้

โรคหรือภาวะที่ผู้ป่วยมักจะรับประทานยาแก้ปวด

  • ปวดศีรษะเรื้อรัง
  • ปวดหลังเรื้อรัง
  • ปวดประจำเดือน

อาการของผู้ป่วย

ผู้ป่วยอาจจะไม่อาการอะไรในระยะที่เริ่มมีปัญหา หากยังคงรับประทานยาต่อก็จะเกิดอาการของโรคไตคือ

  • อ่อนเพลีย อ่อนแรง
  • ปัสสาวะบ่อย
  • ปัสสาวะมีเลือดปน
  • ปัสสาวะน้อยลง
  • ปวดเอว
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • มีการเปลี่ยนแปลงระดับความรู้สึกเช่น ซึมลง ความจำเสื่อม
  • มีจ้ำเลือด บวมตามตัว

การตรวจเพื่อวินิจฉัย

  • ถ้าหากผู้ป่วยไตวายอาจจะมีอาการไอและหอบ
  • ความดันโลหิตจะสูงขึ้น
  • ตรวจเลือดพบว่าเป็นโลหิตจาง
  • ตรวจปัสสาวะพบเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดงและไข่ขาว

การรักษา

การป้องกัน

ผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวควรพบแพทย์เพื่อรับประทานยาให้ถูกต้อง และควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนที่จะซื้อยารับประทานเอง หากท่านผู้ใดรับประทานยาแก้ปวดเรื้อรังก็ควรพบแพทย์เพื่อตรวจการทำงานของไต



fb google