โรคไตวาย ไตเรื้อรัง ไตเสื่อม คือโรคเดียวกัน

สาเหตุของไตเสื่อม | อาการโรคไตเสื่อม | การวินิจฉัยไตเสื่อม | การแบ่งความรุนแรงของไตเสื่อม | การรักษาไตเสื่อม | การป้องกันไตเสื่อม | โรคแทรกซ้อนของไตเสื่อม

โรคไตเสื่อม ไตเรื้อรัง หรือไตวายเป็นโรคที่ไตทำงานน้อยลงทำให้ไม่สามารถขับของเสียและน้ำส่วนเกิดออกไปทางปัสสาวะ หากไม่แก้ไข ไตก็จะเสื่อมมากขึ้น เมื่อไตเสื่อมถึงระดับหนึ่งจะมีการคั่งของของเสียและน้ำทำให้เกิดอาการของโรคไตวายเรื้อรัง ไตเสื่อมในระยะเริ่มแรกจะไม่มีอาการเตือน เมื่อไตเสื่อมถึงระดับหนึ่งจึงเกิดอาการขึ้นมา เป้าหมายของการรักษาไตเสื่อมมุ่งเน้นที่ชลอการเสื่อมของไต โดยการรักษาโรคที่เป็นสาเหตุ ควบคุมอาหาร การปรับพฤติกรรมมาได้


โรคไตเสื่อม

สาเหตุของโรคไตเสื่อม (CKD)

สำหรับผู้ที่มีโรคดังต่อไปนี้จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตเสื่อม ส่วนใหญ่เกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ภาวะดังกล่าวได้แก่

ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาศเป็นโรคไตเสื่อมได้แก่

  • โรคเบาหวาน
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • สูบบุหรี่
  • อ้วน
  • ประวัติครอบครัวเป็นโรคไต
  • เชื้อชาติ African-American, Hispanic, Native American or Asian
  • อายุมากกว่า 60 ปี

หากท่านมีโรคที่เป็นสาเหตุของโรคไตเสื่อม หรือมีดรคที่เพิ่มความเสี่ยงท่านจะต้องรักษาโรคนั้นเป็นอย่างดี และหลีกเลี่ยงสมุนไพร หรืออย่าซื้อยารับประทานเอง หรือการรับประทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs



อาการของโรคไตเสื่อม

เท้าบวม

ในระยะเริ่มแรกของโรคไตคนอาจไม่พบอาการใด ๆ เมื่อไตเสื่อมถึงระดับหนึ่งจะเกิดอาการ

  • ความอ่อนล้าและความเมื่อยล้า
  • ข้อเท้าบวมและเท้า
  • หายใจถี่
  • รู้สึกคลื่นไส้
  • ไม่มีสมาธิ
  • เลือดในปัสสาวะ
  • เหนื่อยง่าย
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • เบื่อาหาร
  • ปัสสาวะลดลง
  • ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะเวลากลางคืน
  • หลงลืม
  • คันตามตัว
  • แน่หน้าอก หายใจลำบาก หากมีน้ำท่วมปอด
  • ความดันโลหิตสูงซึ่งควบคุมยาก
  • ตะคริวโดยเฉพาะเวลากลางคืน.

อาการไตเสื่อมไตวาย

การวินิจฉัยไตเสื่อม

  • ตรวจเลือด แพทย์จะสั่งตรวจ CBC เพือดูความสมบูรญ์ของเม็ดเลือด
  • ตรวจการทำงานของไตได้แก่ อัตราการกรองของไต creatinine และ urea นอกจากนั้นแพทย์จะสั่งตรวจหาโรคที่เป็นสาเหตุเช่นโรค SLE
  • การตรวจปัสสาวะเพื่อตรวจว่ามีโปรตีนในปัสสาวะ หรือเม็ดเลือดแดงหรือตะกอนหรือไม
  • การตรวจทางรังสี เพื่อพิจารณาขนาดว่าใหญ่หรือเล็ก หากขนาดใหญ่อาจจะมีการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ หรือมีเนื้องอกในไต หากขนาดเล็กแสดงว่าไตเสื่อมรูปร่าง ของไตและท่อไต
  • การตรวจชิ้นเนื้อไต แพทย์จะใช้เข็มเจาะชิ้นเนื้อไตเพื่อตรวจโดยการส่องกล้อง

การวินิจฉัยโรคไตเสื่อม

การแบ่งความรุนแรงของไตเสื่อม

ความรุนแรงของโรคไตเสื่อมหรือไตวายแบ่งออกเป็น 5 ระยะตามการเสื่อมของไตได้แก่

  1. โรคไตเรื้อรังระยะที่ 1
  2. โรคไตเรื้อรังระยะที่ 2
  3. โรคไตเรื้อรังระยะที่ 3
  4. โรคไตเรื้อรังระยะที่ 4
  5. โรคไตเรื้อรังระยะที่ 5

การแบ่งระดับความรุนแรงของโรคไตเสื่อม

การดำเนินของโรคไตเรื้อรังไปสู่ไตวาย

เราจะประเมินจากผลการตรวจโปรตีนในปัสสาวะและอัตรากรองของไต

ตารางแสดงความสัมพันธ์ของ uACR และภาวะไตเสื่อมกับการดำเนินของโรคไต

  <30 mg/g 30-300mg/g >300 mg/g
ไตเรื้อรังระยะ1      
ไตเรื้อรังระยะ2      
ไตเรื้อรังระยะ3a      
ไตเรื้อรังระยะ3b      
ไตเรื้อรังระยะ4      
ไตเรื้อรังระยะ5      

สีจะแสดงความเสี่ยงของการเกิดโรคไต

  • สีเขียว ความเสี่ยงต่ำ(ต้องไม่มีโรคไต)
  • สีเหลือง ความเสี่ยงปานกลาง
  • สีส้ม ความเสี่ยงสูง
  • สีน้ำเงิน เสี่ยงสูงมาก
  • สีแดง เสี่ยงสูงสุด

การรักษาไตเสื่อม

การรักษาไตเสื่อมจะต้องดูแลปัจจัยเสี่ยงต่างๆเช่น สุรา น้ำหนัก สูบบุหรี่ การรับประทานอาหารเค็ม การออกกำบังกาย การควบคุมโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง การตรวจปัสสาวะประจำปี การรับประทานยากลุ่ม NSAID

การักษาไตเสื่อม

การป้องกันไตเสื่อม

การป้องกันไตเสื่อมต้องเน้นการป้องกันและการรักษาโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เพราะสองโรคเป็นสาเหตุของโรคไตเสื่อมที่สำคัญ นอกจากนั้นต้องลดอาหารเค็มด้วย

การป้องกันไตเสื่อม

โรคแทรกซ้อนของไตเสื่อม

โรคแทรกซ้อนของไตเสื่อมจะเกิดเมื่อไตเสื่อมรดับหนึ่งดรคแทรกซ้อนที่พบได้แก่

  • มีการคั่งของน้ำและเกลือแร่ทำให้เกิดอาการบวมเท้า ความดันโลหิตสูงขึ้น น้ำท่วมปอด
  • มีการคั่งของโพแทสเซี่ยม หากสูงจะมีปัญหาการเต้นของหัวใจ
  • เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • กระดูกหักง่าย
  • โลหิตจาง
  • ความต้องการทางเพศลดลง
  • สมาธิไม่ดี อาจจะมีอาการชัก
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อง่าย
  • เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
  • ไตวายเรื้อรัง
  1. การรับประทานอาหารเพื่อป้องกันไตเสื่อม
  2. การออกกำลังกายสำหรับไตเสื่อม

เพิ่มเพื่อน